m3

วัดไชยวัฒนาราม เป็นวัดที่พระเจ้าปราสาททอง โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2173 ได้ชื่อว่าเป็นวัดที่มีความงดงามมากแห่งหนึ่งในกรุงศรีอยุธยา ความสำคัญอีกประการหนึ่งคือ วัดนี้เป็นที่ฝังพระศพของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์(เจ้าฟ้ากุ้ง) กวีเอกสมัยอยุธยาตอนปลายกับเจ้าฟ้าสังวาลย์ซึ่งต้องพระราชอาญาโบยจนสิ้นพระชนม์ในรัชสมัยของพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ

m1

วัดมหาธาตุ วัดนี้สร้างในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ต่อมาสมเด็จพระราเมศวรโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ใต้ฐานพระปรางค์ประธานของวัดเมื่อ พ.ศ. 1927 พระปรางค์วัดมหาธาตุถือเป็นปรางค์ที่สร้างในระยะแรกของสมัยอยุธยาซึ่งได้รับอิทธิพลของปรางค์ขอมปนอยู่

m6

พระมงคลบพิตร เป็นพระพุทธรูปบุสัมฤทธิ์องค์ใหญ่องค์หนึ่งในประเทศไทย ครั้นถึงแผ่นดินของสมเด็จพระเจ้าเสือ ยอดมณฑปเกิดไฟไหม้เพราะอสนีบาตทำให้ส่วนบนขององค์พระมงคลบพิตรเสียหาย จึงโปรดให้ก่อสร้างใหม่ แปลงเป็นพระวิหารแทน เมื่อเสียกรุงครั้งที่ 2 วิหารพระมงคลบพิตรได้ถูกไฟไหม้ พระวิหารและองค์พระพุทธรูปได้รับการปฏิสังขรณ์ใหม่ บริเวณข้างวิหารพระมงคลบพิตรทางด้านทิศตะวันออก เดิมเป็นสนามหลวง ใช้เป็นที่สำหรับสร้างพระเมรุพระบรมศพของพระมหากษัตริย์และเจ้านายเช่นเดียวกับท้องสนามหลวงของกรุงเทพฯ

m2

วัดพระศรีสรรเพชญ์ สร้างในรัชสมัยของ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ในราวปี พ.ศ.1991 โดยที่พระองค์ทรงเจียดพื้นที่ด้านหลังของพระบรมมหาราชวังให้เป็นวัดประจำวังหลวง ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกในการทำสังฆกรรม และ พระราชพิธีต่างๆ ได้โดยสะดวก

m7

วังช้างอยุธยา หรือปางช้างอยุธยาแลเพนียด ตั้งอยู่ข้างคุ้มขุนแผน นักท่องเที่ยวสามารถมาสัมผัสกับความตื่นเต้นบนหลังช้าง ไม่ว่าจะเป็นการนั่งช้างชมโบราณสถาน เริ่มต้นที่วัดมงคลบพิตร เส้นทางระยะสั้นใช้เวลาประมาณ 10 นาที ผ่านศาลหลักเมือง วัดเกษ คุ้มขุนแผน วัดพระราม ส่วนเส้นทางระยะยาว ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ผ่านอนุสาวรีย์พระเจ้าอู่ทอง และบึงพระราม

m4

วัดใหญ่ชัยมงคล เมื่อปี พ.ศ. 2135 สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงเสริมพระเจดีย์ให้ ใหญ่และสูงขึ้นพร้อม ๆ กับการสร้างเจดีย์ยุทธหัตถีที่ตำบลหนองสาหร่าย จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อเฉลิมพระ เกียรติเมื่อคราวทรงชนะศึกยุทธหัตถี พระราชทานนามวัดใหม่ว่า”วัดชัยมงคล” ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดใหญ่ชัยมงคล

m5

วัดพนัญเชิงวรวิหารเป็นวัดที่พระเจ้าสายน้ำผึ้งสร้างขึ้นในปีพ.ศ 1867 ตรงที่พระราชทานเพลิงศพพระนางสร้อยดอกหมาก หลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปามารวิชัยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยหน้าตักกว้าง 20.17 เมตร สูง 19 เมตร พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ให้บูรณะใหม่ทั้งองค์ พร้อมถวายพระนามว่า “พระพุทธไตรรัตนายก” หลวงพ่อโตประดิษฐานในวิหารทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสภายในมีเสากลมขนาดใหญ่ ที่หัวเสาปั้นปูนเป็นกลีบบัว เรียกว่า บัวกลุ่ม

 

m8

พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่นเกริกยุ้นพันธ์ ก่อตั้งโดย รศ.เกริก ยุ้นพันธ์ ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำสาขาวิชาวรรณกรรม สำหรับเด็ก มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นอกเหนือจากบทบาทคุณครูแล้วยังเป็นนักวาดภาพประกอบ และคนทำหนังสือสำหรับเด็ก เจ้าของผลงานหนังสือภาพจำนวนมาก เช่น บอลลูน กระดุ๊กกระดิ๊กกระด๊อกกระแด๊ก กระต่ายน้อยหนีแม่ และชาวนาไทยที่ได้รับรางวัล นอมา (NOMA) จากประเทศญี่ปุ่น ประจำปี พ.ศ. 2525 ซึ่งรางวัลนี้เอง ที่เป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดความคิดอยากสร้างพิพิธภัณฑ์ของเล่นขึ้นในเมืองไทย พอกลับมาเมืองไทยจึงเริ่มต้นเก็บของเล่นบ้าง สะสมมาตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา และเมื่อ 10 ปีที่แล้วก็มาเจอที่ดินผืนนี้ (พื้นที่เขตหัวแหลมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา) จึงตัดสินใจซื้อไว้ และค่อยๆ สร้างพิพิธภัณฑ์ขึ้นมาจนเกิดเป็น “พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่นเกริกยุ้นพันธ์” ในทุกวันนี้

m9

ตลาดน้ำอโยธยา มีพื้นที่ประมาณ 70 ไร่ นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ที่จะให้สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว และศึกษาเชิงอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยตั้งแต่สมัยอยุธยา ทั้งด้านการแต่งกาย สถาปัตยกรรมที่งดงาม และคงเอกลักษณ์ขนบธรรมเนียมประเพณี การละเล่น และแสดงพื้นบ้าน ของกินของใช้ในยุคเก่า วิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบไทยๆ ที่เรียบง่าย นับเป็นจุดศูนย์รวมนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติที่จะได้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศ และทัศนียภาพอันงดงามตามแบบฉบับของคนไทย